5 เหตุผลน่ารู้ทำไม “ตู้แช่แข็ง” เป็นของที่ต้องมีติดบ้าน

ประโยชน์ของตู้แช่แข็ง เพื่อการถนอมอาหารและการยืดอายุ

 
ตู้เเช่แข็ง

หลาย ๆ ท่านคงรู้จักและคุ้นเคยกับการแช่แข็งอาหาร ผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม น้ำนม รวมถึงวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อถนอมอาหาร ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ด้วยสาเหตุจากหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกในการจัดเก็บและนำมาบริโภค หรือมีสถานการณ์จำเป็นเกิดขึ้น เช่น การล็อกดาวน์ในช่วงโรคระบาดที่ผ่านมาทำให้ต้องกักตุนอาหาร ไปจนถึงการขาดแคลนวัตถุดิบประกอบอาหารบางอย่างในบางฤดูกาล เป็นต้น ซึ่งการใช้งานตู้แช่แข็ง ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การจัดเก็บอาหาร วัตถุดิบ ผักผลไม้ หรือเป็นตู้แช่น้ำนม ฯลฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคงคุณภาพที่ดี โดยเหตุผลสำคัญที่จะยืนยันว่าทำไมเราควรมีตู้แช่แข็งที่บ้าน? แล้วการกินอาหารแช่แข็งจะมีผลเสียต่อสุขภาพจริงหรือไม่? ตลอดจนเคล็ดลับในการแช่แข็งอาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจะทำได้อย่างไร? ในบทความนี้มีคำตอบ

 

การถนอมอาหารด้วยตู้แช่แข็ง มีประโยชน์อย่างไร?

การแช่แข็ง เป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยทั้งในด้านการรักษาความสด ทำให้เก็บอาหารได้นานมากขึ้นโดยที่ไม่เน่าเสีย ตลอดจนยังคงรักษาคุณค่าของสารอาหารให้มีคุณภาพเหมือนเดิม เนื่องจากการแช่แข็งอาหารที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาสเซลเซียส จะเป็นการป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของการทำให้อาหารบูดนั้นเพิ่มจำนวน ซึ่งเป็นหัวใจหลักส่วนสำคัญในการแช่แข็งอาหารนั่นเอง ที่สำคัญยิ่งอาหารมีความสดใหม่มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้การเก็บรักษาในสภาพแช่แข็งยังคงความสดใหม่และยาวนานมากขึ้นด้วย ดังนั้นการกินอาหารแช่แข็งจึงไม่ได้มีผลเสียต่อร่างกายเสมอไป

ซึ่งการแช่แข็งนั้น สามารถทำได้ทั้งของสด เช่น ผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ ฯลฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป อาหารที่ผ่านการปรุงสุกพร้อมรับประทานแล้ว รวมถึงอาหารปรุงสุก เครื่องดื่ม น้ำนม ฯลฯ ก็สามารถนำมาเก็บได้ อย่างที่เราสามารถพบเจอกับอาหารแช่แข็งพร้อมจำหน่ายตามห้างและร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งมีให้เลือกบริโภคได้หลากหลายเมนู

5 ข้อดีการันตีว่าทำไมต้องมี “ตู้แช่แข็ง

    1. ตู้แช่แข็งช่วยยืดอายุการจัดเก็บอาหารให้นานขึ้น
      หากจัดเก็บอย่างถูกวิธี จะทำให้คุณเก็บอาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ ได้นานมากขึ้นและไม่ทำให้ปริมาณสารอาหารลดลงอีกด้วย ตัวอย่างเช่น

      • การเก็บอาหารแช่แข็ง โดยการนำอาหารปรุงสุกใส่ถุงจากนั้นนำไปทำให้เย็นเพื่อลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว โดยการใส่ในหม้อหรือหลุมสแตนเลสที่แช่อยู่ในน้ำเย็นจัดพร้อมน้ำแข็งประมาณ 15 นาที แล้วจึงนำไปแพ็กให้มิดชิดด้วยบรรจุภัณฑ์ อย่างเช่น กล่องที่มีฝาปิด หรือถุงสูญญากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้หกเลอะเทอะหรือมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกมา จากนั้นจึงนำไปแช่ในตู้แช่แข็งที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส เพื่อเริ่มต้นการเก็บรักษาในระยะเวลายาวนาน และพร้อมต่อการนำกลับมารับประทานในอนาคต

      • การแช่แข็งเนื้อสัตว์ ให้หั่นเนื้อสัตว์ออกเป็นชิ้นขนาดต่าง ๆ ตามปริมาณที่ต้องการนำมาใช้ประกอบอาหารในแต่ละครั้ง จากนั้นแยกใส่ถุงพลาสติกซิปล็อก แล้วนำไปแช่แข็งที่ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ก็จะเก็บได้อย่างยาวนานหลายเดือน

      • การแช่แข็งผัก ผลไม้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังคุมน้ำหนักหรือชื่นชอบเมนูสมูตตี้เย็น ๆ ชื่นใจ สามารถนำผักหรือผลไม้มาล้างทำความสะอาด ปอกและหั่นเป็นชิ้นประมาณพอดีคำ จากนั้นวางเรียงในถาดแบบไม่ให้แต่ละชิ้นซ้อนหรือติดกัน แล้วนำไปแช่ในตู้แช่แข็งประมาณ 60 นาทีจนผักและผลไม้แข็ง สุดท้ายนำมาบรรจุในถุงสูญญากาศแล้วจัดเก็บในตู้แช่แข็งต่อจนกว่าจะนำมาบริโภคต่อไป

      • การแช่แข็งน้ำนม หลังจากที่คุณแม่ทำการปั๊มนมแล้วจัดเก็บลงในถุงเก็บน้ำนมแล้ว ให้นำเข้าตู้แช่แข็งทันที เพราะความเย็นจะช่วยคงคุณค่าของสารอาหารในน้ำนมแม่ให้ยังคงอยู่ได้มากที่สุด และป้องกันการเกิดกลิ่นหืนหรือความร้อนที่จะทำให้นมบูดง่าย โดยหากเลือกใช้ตู้แช่แข็งเป็นตู้แช่น้ำนมโดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับอาหารหรือสิ่งอื่น ๆ ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส ก็จะช่วยให้สามารถเก็บรักษาน้ำนมแม่อย่างมีคุณภาพไว้ได้นานถึง 6 เดือน และไม่ต้องกังวลว่าจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือการปนเปื้อนจากถุงอาหารแช่แข็งอื่น ๆ ด้วย

      และนอกจากการจัดเก็บแล้ว การนำอาหารแช่แข็งอาหารและเครื่องดื่ม น้ำนม แช่แข็งเนื้อสัตว์ กลับมารับประทานอย่างถูกวิธีก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งมีเคล็ดลับการทำให้อาหารแช่แข็งละลายโดยไม่เสียคุณค่าทางโภชนาการและยังคงรูปลักษณ์ที่น่ารับประทานหลายวิธี อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นคุณต้องหลีกเลี่ยงการวางอาหารแช่แข็งทิ้งไว้ให้ละลายเองตามอุณหภูมิห้อง เพราะวิธีนี้จะยิ่งทำให้แบคทีเรียที่คงค้างเจริญเติบโตได้ดี แต่ควรใช้วิธีการ เช่น ใช้ไมโครเวฟโหมด Defrost เพื่อละลายน้ำแข็ง, การแช่อาหารแช่แข็งในน้ำเย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือนำมาแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 วัน เพื่อทำให้ความเย็นลดลงโดยที่ไม่่เสียรสชาติหรือคุณค่าทางของสารอาหารไป, ตลอดจนหากเป็นอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน ก็สามารถนำมาอุ่นหรือปรุงสุกได้ทันที และเมื่อละลายอาหารแช่แข็งแล้ว ควรนำมาอุ่นหรือปรุงสุกแล้วรับประทานให้หมด ไม่ควรนำกลับไปแช่เย็นหรือแช่แข็งซ้ำ

    2. ตู้แช่แข็งมีฟังก์ชันการทำงานที่สะดวกสบายต่อการใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น

      • ระบบทำความเย็นแบบปรับระดับได้ตามต้องการ บางรุ่นสามารถเร่งทำความเย็นในเวลาอันรวดเร็วด้วยระบบ Quick Freezing ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บความสดใหม่ของอาหารได้เป็อย่างดี

      • รูปทรงและดีไซน์ของตู้แช่แข็งมีให้เลือกหลากหลาย เช่น ตู้แช่แข็งขนาดเล็กทรงต่ำ ซึ่งมักจะมีฝาเปิดและปิดด้านบน หรือตู้แช่แข็งฝาทึบ ซึงมีขนาดให้เลือกใช้หลากหลายตั้งแต่รุ่นเล็ก ๆ ไม่ถึง 1 คิว ไปจนถึงขนาดใหญ่หลายสิบคิวตามความต้องการในการใช้แช่แข็งหรือความเหมาะสมของพื้นที่ที่ต้องการวาง หรือตู้แช่แข็งทรงสูง ที่มีฝาตู้เป็นประตูเปิดและปิดคล้ายกับตู้เย็นทั่วไป และมักจะมีชั้นวางแบ่งเป็นหลายระดับ ทำให้แช่แข็งสิ่งของต่าง ๆ ได้เป็นอย่างระเบียบและหยิบใช้ง่าย

      • ฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ เช่น มีล้อเลื่อนให้สามารถเคลื่อนย้ายที่ตั้งได้ง่าย, มีระบบไฟแจ้งเตือน กรณีที่ภายในตู้มีอุณหภูมิสูงขึ้น, มีระบบไฟส่องสว่างภายในตู้แช่แข็ง, หรือมีระบบรักษาความปลอดภัย สามารถล็อกตู้เพื่อป้องกันสิ่งของหรือสินค้าที่แช่อยู่ภายในตู้ เหมาะกับการใช้งานในร้านค้าหรือธุรกิจต่าง ๆ ได้ เป็นต้น
         
    3. ตู้แช่แข็งมีประสิทธิภาพในการเก็บความเย็นอย่างคงที่
      แม้ว่าจะมีการเปิดประตูตู้บ่อยครั้ง ก็จะยังคงสามารถรักษาความเย็นที่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องได้ ในกรณีที่ไฟฟ้าดับหรือถอดปลั๊กออก ตู้แช่แข็งก็จะยังคงเก็บรักษาความเย็นได้ต่อเนื่องถึง 1-2 วันหากไม่เปิดตู้ ซึ่งจะช่วยให้อาหาร วัตถุดิบ หรือสิ่งของที่อยู่ภายในตู้แช่แข็ง ตู้แช่ปลา ตู้แช่น้ำนม ตู้แช่เบียร์วุ้น ยังคงคุณภาพและปลอดภัยต่อการนำกลับมาบริโภคได้

    4. มีพื้นที่จัดเก็บการแช่แข็งอย่างเพียงพอ
      เนื่องจากการใช้งานช่องแช่แข็งภายในตู้เย็นเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอกับการจัดเก็บอาหารและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลา หรือเมื่อมีปริมาณมากขึ้น อาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นนั้นไม่ทั่วถึง ตลอดจนหากมีการจัดเก็บอาหาร ของสด โดยเฉพาะในตู้เย็นประตูเดียว ก็อาจจะทำให้น้ำดื่ม เครื่องดื่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ติดมาด้วยได้ ดังนั้น การมีตู้แช่แข็งจึงเป็นที่สำหรับจัดเก็บอาหาร ผัก ผลไม้ ตู้แช่ปลา อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป หรือเป็นตู้แช่น้ำนมได้อย่างเป็นสัดส่วน สะดวกต่อการนำมารับประทานในภายหลัง ช่วยแบ่งเบาภาระของช่องแช่แข็งในตู้เย็นได้เป็นอย่างดี

    5. การดูแลรักษาตู้แช่แข็งไม่ยุ่งยาก และคุ้มค่าในระยะยาว
      แม้ตู้แช่แข็งจะดูเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้กินไฟมากจนเกินจำเป็น เพราะส่วนใหญ่ก็จะได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จาก กฟผ. เป็นสิ่งยืนยัน รวมถึงหากจัดเก็บอาหารและสิ่งของอย่างเป็นระเบียบ และดูแลรักษาด้วยการละลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่ในตู้แช่แข็งอย่างน้อยแค่ปีละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยให้ตู้แช่แข็งไม่ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น มีความเย็นที่คงที่ ก็จะทำให้คุณประหยัดค่าไฟได้ และเป็นการยืดอายุการใช้งานเครื่องไปในตัวนอกจากนี้ หากคุณเลือกใช้ตู้แช่แข็งเฉพาะกิจ เช่น ใช้เป็นตู้แช่น้ำนมสำหรับคุณแม่ และเมื่อใช้จนครบกำหนดแล้วก็สามารถนำไปใช้แช่อาหารหรือเครื่องดื่มในบ้านต่อได้ หรือจะขายให้กับคุณแม่ท่านอื่น ๆ ได้ใช้งานต่อก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเช่นกัน


จะเห็นได้ว่าการมีตู้แช่แข็ง ไม่เพียงแค่อำนวยความสะดวกให้คุณสามารถจัดเก็บอาหารและวัตถุดิบเพื่อบริโภคได้อย่างเป็นสัดส่วนและยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย

เราขอแนะนำ ตู้แช่แข็ง SONAR เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาตู้สำหรับแช่แข็งอาหาร เครื่องดื่ม ไอศครีม ผัก ผลไม้ ตู้แช่น้ำนม ฯลฯ ด้วยขนาดที่มีให้เลือกหลากหลาย ฟังก์ชันในปรับความเย็นได้ถึง 7 ระดับ พร้อมระบบ Anti-Bacteria Protector ฆ่าเชื้อโรคและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตัว การันตีการประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ ตู้แช่แข็ง SONAR เป็นของต้องห้ามพลาด และควรมีไว้ใช้ที่บ้าน


ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อ หรือดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.sonarshopping.com
โทร : 02-880-3676, 06-3213-4022
Line: @Sonarbrand
อีเมล์: [email protected]

Avatar Mobile
Main Menu x
X