อยากขายขนมขายเค้ก อยากเปิดร้านเบเกอรี่
ต้องใช้เตาอบขนมแบบไหนให้ขายปัง

SONAR แนะนำเตาอบขนม เตาอบเบเกอรี่

เตาอบขนม

          เศรษฐกิจในปัจจุบันนี้ใครๆ ก็ต้องอยากได้รายได้เสริมจากงานประจำที่ทำอยู่… และแน่นอนว่าอาชีพเสิรมสุดฮิตที่คนนิยมทำกันมาก ก็คือของกิน ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน ขนม เบเกอรี่หรือเครื่องดื่มต่างๆ ก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่อยากหาอาชีพเสริมทำกัน ซึ่งสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของธุรกิจ Food Delivery ในประเทศไทย โดยข้อมูลที่ EIC หรือ (ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center) ประเมินว่า “มูลค่าตลาด Food delivery ของไทยในปี 2021 จะเติบโต 62%YOY จนมีมูลค่า 1.05 แสนล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ชะลอลงจากปี 2020 ที่เติบโตก้าวกระโดดเกือบ 3 เท่าตัว จากการใช้งานที่ยังเพิ่มต่อเนื่อง” (ขอบคุณที่มาจาก : https://marketeeronline.co/archives/238462 )

          จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าในช่วงโควิดตั้งแต่ปี 2019-2021 นั้น ผู้คนหันมาใช้งานแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์กันมากขึ้น พอๆ กับร้านค้าต่างๆ ที่เพิ่มมาขึ้นด้วยเช่นกัน และจากข้อมูลสถิติการเสิร์ชหาข้อมูลของ Google Trends ในปี 2020 มีคนเสิร์ชหาสูตรทำขนมมากเป็นอันดับต้นๆ ในหมวดสูตรอาหาร

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Google Trends

          จึงไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าหาก เตาอบขนม เตาอบเบเกอรี่ หรืออุปกรณ์การทำขนมหรือเบเกอรี่ จะมียอดขายที่เติบโตมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน “ในปีนี้เรียกได้ว่า เป็นปีที่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ เข้ามาทำเบเกอรี่กันเยอะมากกว่า 50% ลูกค้าเองก็หันมาเป็นแม่ค้ากันเยอะ” คำสัมภาษณ์จากเจ้าของกลุ่มเฟซบุคเบเกอรี่โซไซตี้ (มีสมาชิกในกลุ่ม 769,099 คน) ได้พูดถึงตลาดเบเกอรี่ในปลายปี 2021 ในคมชัดลึกออนไลน์

          ฉะนั้น หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ต้องการเปิดร้านเบเกอรี่หรือสนใจที่จะทำขนมหรือเบเกอรี่ต่างๆ เป็นอาชีพเสริมเพิ่มอีกคน… ก็ต้องเริ่มมองหาอุปกรณ์สำคัญที่จะสร้างอาชีพให้ธุรกิจของคุณก่อน นั่นก็คือ เตาอบเบเกอรี่ นั่นเอง ซึ่งในบทความนี้ SONAR จะพาคุณไปทำความรู้จัก เตาอบขนมสำหรับทำเบเกอรี่ต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของเตาอบ ไปจนถึงเทคนิควิธีการเลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งาน ดังต่อไปนี้

เตาอบเบเกอรี่” มีกี่ประเภท? แล้วต้องใช้ขนาดเท่าไหร่? จึงเหมาะสำหรับการเปิดร้านขายขนม

  1. เตาอบขนมแบบตั้งโต๊ะ (Countertop Oven) : เตาอบประเภทนี้มีขนาดตั้งแต่ 10-60 ลิตร การทำความร้อนจะเป็นแบบขดลวดบนและล่าง มีตะแกรงตรงกลางระหว่างขดลวด มีปุ่มสำหรับปรับอุณหภูมิ, ตั้งเวลา และฟังก์ชั่นต่างๆ โดยเตาชนิดนี้หลายคนก็มักจะเรียกติดปากกันว่า “เตาติ๊ง” เพราะเมื่อเราตั้งเวลาในการอบไว้เมื่อครบเวลาจะมีเสียงติ๊งจากเตาให้เรารู้ว่าการอบขนมของเราเสร็จแล้วนั่นเอง

    เตาอบเบเกอรี่ ประเภทตั้งโต๊ะนี้ มีข้อดีคือความเล็กกะทัดรัด ราคามีให้เลือกซื้อตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่น แต่ก็มีข้อเสียอยู่นิดหน่อยในเรื่องของการรักษาอุณหภูมิให้เสถียร เพราะฝาเตาเป็นกระจกชั้นเดียว บางครั้งในการอบจะมีควันจากไอร้อนออกมานอกเตาด้วย ซึ่งบางรุ่นก็มีการพัฒนาให้เป็นกระจกสองชั้นซึ่งก็จะม่ราคาสูงขึ้นมานั่นเอง

    Tips : เลือกซื้อ “เตาอบขนม” แบบตั้งโต๊ะ ขนาดเท่าไหร่ จึงเหมาะสำหรับการเปิดร้านเบเกอรี่? : หากคุณต้องการอบขนมหรือทำเบเกอรี่เป็นอาชีพเสริมเล็กๆ และคุณก็อาจจะยังเป็นมือใหม่หัดอบ… เราขอแนะนำเตาอบชนิดนี้ขนาด 40 ลิตรขึ้นไป ซึ่งคุณสามารถทำได้ทั้ง บราวนี่, ค้กกี้, ขนมปัง ไปกระทั่งเค้กปอนด์ได้เลย (ไม่แนะนำให้เลือกขนาดเล็กกว่านี้ เพราะทั้งขนาดที่เล็กและอุณหภูมิภายในเตา จะเหมาะสำหรับการอุ่นอาหารหรือปิ้งขนมปังแผ่นมากกว่า)

    ที่สำคัญควรเลือกเตาอบเบเกอรี่ แบบตั้งโต๊ะที่สามารถปรับอุณหภูมิบน-ล่างได้ รวมถึงฟังก์ชั่นเปิด-ปิดพัดลมได้ ไว้เพื่อปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับประเภทของเบเกอรี่ เช่น การทำเค้ก ที่ไม่เหมาะกับการอบแบบพัดลมเพราะจะทำให้เนื้อเค้กแห้ง ฉะนั้นหากคุณเลือกซื้อเตาอบที่ไม่สามารถปิดพัดลมได้ ก็จะไม่เหมาะกับการทำเค้กนั่นเอง

  2. เตาอบขนมแบบบิลท์อิน (Built-in Oven) : เป็นเตาอบที่มี่ขนาดใหญ่ขึ้นและจริงจังมากกว่าเตาอบแบบตั้งโต๊ะ เรามักจะเห็นเตาอบชนิดนี้อยู่ในครัวที่ผนังบ้านในซีรี่ส์ทางฝั่งตะวันตก หรือรายการทำอาหารฝรั่งที่มีเชฟชื่อดังอย่าง Jamie Oliver หรือ Gordon Ramsay ใช้เตาอบชนิดนี้บ่อยๆ… สิ่งที่เรากำลังจะบอกก็คือ เตานี้เหมาะทั้งนักทำขนมมือใหม่ไปจนถึงมือโปร เพราะมีอุณหภูมิที่เสถียรกว่าและมีขนาดใหญ่กว่า โดยเริ่มตั้งแต่ขนาด 50-90 ลิตร มีฟังก์ชั่น การปรับอุณหภูมิและพัดลมที่เหมาะสมสำหรับการทำขนมและเบเกอรี่ที่ครบครัน นอกจากนั้นยังสามารถทำเมนูอาหารที่ใช้อบและย่างได้หลากหลาย และราคาก็อยู่ที่หลักพันปลายๆ จนถึง 3-4 หมื่นบาท

    ข้อเสียของเตาอบเบเกอรี่ ประเภทนี้ก็คือ ต้องใช้ช่างที่ชำนาญในการติดตั้ง ไม่สามารถเคลื่อนที่เคลื่อนย้ายได้ และบางครั้งเมื่อคุณใช้งานเตาชนิดนี้ไปนานๆ การกระจายความร้อนของเตาจะเริ่มมีปัญหา บางครั้งจุดนั้นให้ไฟแรงหน่อย คุ้กกี้หรือขนมปังของคุณอาจจะสีเข้มกว่าบางจุดที่ให้ไฟอ่อนกว่า เป็นต้น

  3. เตาอบขนมแบบอบลมร้อน (Convection Oven) : เตาชนิดนี้ต้องบอกว่าเหมาะสุดๆ สำหรับการเปิดร้านขายขนมหรือเบเกอรี่ ไม่ว่าจะทำเมนูขนมปัง, คุ้กกี้, ครัวซองต์, มาการอง, ชูครีม, พัฟพ์หรือพาย เตาชนิดนี้ตอบโจทย์ทุกเมนูที่เรากล่าวมา เรียกว่าเป็นเตาที่มือโปรเลือกใช้ทำขนมมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติตามชื่อคือการให้ความร้อนด้วยระบบพัดลม ที่ช่วยกระจายความร้อนให้หมุนเวียนในเตาอบได้ทั่วถึงกันเป็นอย่างดี ขนมต่างๆ จึงสุกเร็วและทั่วถึงกัน กว่าเตาอบ 2 ชนิดก่อนหน้าที่เราพูดถึง อีกทั้งยังให้สีสันสวยงามน่ารับประทาน

    เตาอบเบเกอรี่ แบบอบลมร้อนนี้ สามารถอบขนมได้ทีละหลายๆ ชั้น ในขณะที่ขนาดของเตาไม่ใหญ่เทอะทะกินพื้นที่ในครัวมากไป จึงเหมาะสำหรับการใช้ในร้านขนมหรือเบเกอรี่มืออาชีพที่มีหน้าร้านและจำนวนออเดอร์ต่อวันค่อนข้างเยอะ อีกทั้งราคาของเตาชนิดนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง ประมาณ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งถ้าหากร้านคุณไม่ได้มีออเดอร์เยอะๆ แล้วล่ะก็ การลงทุนซื้อเตาอบที่ราคาสูงๆ ก็อาจจะไม่ได้ดีกับการบริหารต้นทุนในธุรกิจของคุณมากไหร่

    Tips : เลือกซื้อ “เตาอบขนม แบบอบลมร้อนขนาดเท่าไหร่ จึงเหมาะสำหรับการเปิดร้านเบเกอรี่? : หากคุณเป็นร้านขนมเล็กๆ เมนูไม่เยอะมาก ก็ควรเลือกขนาด 20-25 ลิตรขึ้นไป แต่ถ้าหากคุณเป็นร้านคาเฟ่หรือร้านเบเกอรี่ที่มีออเดอร์เยอะๆ และหลายเมนูให้เลือกขนาด 45-60 ลิตรขึ้นไป แต่ต้องพิจารณาเรื่องตะแกรงของเตาอบเพิ่มด้วยคือ ทุกๆ 10 ลิตร ควรมีตะแกรง 1 ชั้น เช่น เตาอบขนาด 20 ลิตร ควรมีตะแกรง 2 ชั้น หรือเตาอบขนาด 30 ลิตร ควรมีตะแกรง 3 ชั้น เพื่อให้ความร้อนกระจายได้ทั่วถึง

  4. เตาคอมบิ (Combi Oven) : ย่อมากจากคำว่า Combination แปลตรงตัวก็คือเป็น เตาอบขนม ที่ผสานทั้งเตาอบลมร้อนและเตานึ่งมาอยู่ในเครื่องเดียว โดยการใช้งานนั้น คุณสามารถเลือกจะอบหรือจะนึ่งเพียงอย่างเดียว หรือจะให้ทำงานทั้งสองอย่างพร้อมกัน ก็สามารถทำได้ เพื่อให้ตอบโจทย์ในการทำอาหารได้ทั้งคาวหวาน รวมถึงเมนูเบเกอรี่ต่างๆ ที่เหมือนกับเตาอบชนิดลมร้อน แต่เพราะมีขนาดใหญ่และราคาสูง ซึ่งเหมาะสำหรับร้านอาหารหรือโรงแรมมากกว่าการนำมาใช้ในครัวเรือน หรือร้านเบเกอรี่เล็กๆ

  5. เตาอบขนมขนาดใหญ่ (Deck Oven) : เตาอบชนิดนี้แม้จะถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการอบขนมโดยเฉพาะ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่มาก จึงเหมาะสำหรับการทำขนมในเชิงธุรกิจหรือระดับอุตสาหกรรม ที่ต้องการผลิตขนมออกมาจำนวนที่เยอะมาก เพื่อส่งขายตามที่ต่างๆ เพราะสามารถอบขนมได้ทีละจำนวนมากๆ ส่วนใหญ่ Deck Oven จะนิยมใช้ระบบแก๊สเดี่ยว หรือบางรุ่นก็สามารถใช้ระบบแก๊สแต่ควบคุมด้วยไฟฟ้า

    เตาอบเบเกอรี่ แบบ Deck Oven นี้ให้ความร้อนจากด้านล่างบริเวณพื้นเตา โดยเวลาอบขนมจะวางชิ้นขนมบนพื้นเตาโดยตรง ฉะนั้นจึงเหมาะสำหรับขนมปังสไตล์ยุโรป เช่น บาร์แกต ซาวร์โด ที่พื้นด้านนอกจะมีความกรุบกรอบ หรือพิซซ่าและคุ้กกี้ ที่ต้องการความร้อนจากด้านล่างเตาอบนั่นเอง แต่ข้อเสียของเตาชนิดนี้ก็คือ ใช้พื้นที่เยอะในการจัดเก็บจัดวางและต้องมีทักษะและประสบการณ์ใช้เตาชนิดนี้มาก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้ นอกจากนั้นเตาชนิดนี้ถ้าฟังก์ชั่นเยอะๆ ขนาดใหญ่มากๆ ราคาสามารถดีดจากหลักหมื่นปลายๆ ขึ้นไปถึงระดับล้านเลยก็มี!

          นอกจากการพิจารณาประเภทของเตาอบขนม ขนาดและราคาแล้ว นักธุรกิจเบเกอรี่มือใหม่ก็ยังต้องพิจารณาเรื่องของวัสดุของเตาอบ เพื่อดูความแข็งแรงทนทาน รวมถึงมาตราฐานความปลอดภัยต่างๆ เช่น มอก. หรือใบรับประกันคุณภาพการใช้งานต่างๆ จากแบรนด์ เพิ่มด้วย เป็นต้น

          หากคุณกำลังมองหา เตาอบเบเกอรี่ ที่เหมาะสำหรับมือใหม่หาอาชีพเสริมหรืออยากทำเป็นงานอดิเรกในวันพักผ่อน อีกทั้งยังราคาไม่แรงพร้อมโปรโมชั่นดีๆ ของ sonarshopping.com สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ ที่นี่

          สำหรับมือใหม่ที่อยากทดลองเริ่มอบขนม สามารถเริ่มต้นด้วยเตาอบขนมรุ่นเล็กกระทัดรัด จาก SONAR รุ่น TO-030M ขนาด 15 ลิตร ภายในมีตะแกรงอบ 2 ชั้น ฮีตเตอร์ทำความร้อน 3 จุด ตั้งเวลาอบสูงสุด 30 นาที

เตาอบขนมรุ่นเล็ก

หรือขยับมาเป็นเตาอบขนมรุ่นใหญ่ ให้นักอบมือโปรได้โชว์ฝีมือกันอย่างจุใจกับ SONAR รุ่น TO-400R ขนาด 60 ลิตร สามารถปรับอุณหภูมิ ได้ 100 -250 องศา และตั้งเวลาสูงสุด 60 นาที

เตาอบขนมใหญ่

ติดต่อสอบถาม สั่งซื้อ หรือดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
https://www.sonarshopping.com
โทร : 02-880-3676, 06-3213-4022
Line: @Sonarbrand
อีเมล์: [email protected]

Avatar Mobile
Main Menu x
X